แอฟริกาใต้ขอให้ไทย เป็นที่ปรึกษาระบบหลักประกันสุขภาพ ชมไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา

0
121

แอฟริกาใต้ขอให้ไทย เป็นที่ปรึกษาระบบหลักประกันสุขภาพ ชมไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา

ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา “นพ.ซเวลลินิ แอล มไคซ์ (Dr.Zwelini L Mkhize)” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประเทศแอฟริกาใต้ ประสานงานขอพบ “นพ.สำเริง แหยงกระโทก” ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เพื่อหารือความร่วมมือพัฒนาหลักประกันสุขภาพระหว่างประเทศ

โดยในการนี้มี “นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์” รองปลัด สธ. นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กssมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ร่วมหารือด้วย

นพ.มไคซ์ กล่าวว่า ประเทศแอฟริกาใต้อยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อบรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ภายใต้โครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแอฟริกาใต้ (National Health Insurance, NHI) มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพบริการสาธารณสุข และตั้งเป้าหมายที่จะให้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นเครื่องมือลดความเหลื่อมล้ำภายในประเทศ เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่จำเป็น โดยไม่มีอุปสรรคการเงินมาขวางกั้น

“ไทยและแอฟริกาใต้เป็นประเทศกำลังพัฒนาและมีสถานะทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน แต่ไทยประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับการมีหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและใช้เป็นเครื่องมือลดความย ากจนและลดความเหลื่อมล้ำได้ การหารือครั้งนี้แอฟริกาใต้ขอให้ไทยเป็นที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศให้ประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพเช่นที่ไทยทำได้มาแล้ว” นพ.มไคซ์ กล่าว

ด้าน นพ.สำเริง กล่าวว่า จากการหารือทวิภาคีในครั้งนี้ แอฟริกาใต้ต้องการเรียนรู้บทเรียนการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยที่ประสบความสำเร็จและเป็นต้นแบบสาธารณสุขของโลก เนื่องจากเป็นประเทศกำลังพัฒนาแต่สามารถสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ประชาชนได้ โดยที่ไม่มีปัญหาเ รื่ อ งงบประมาณ ซึ่งประเด็นที่แอฟริกาใต้ให้ความสนใจนั้น จะเป็นความสนใจในองค์รวมว่า วิธีการบริหารจัดการของไทยสามารถทำอะไรได้บ้าง และการที่ไทยเราใช้งบประมาณไม่มาก จุดนี้สามารถนำไปปรับใช้ภายในประเทศอื่น ได้อย่างไร ซึ่งเบื้องต้นไทยตอบรับด้วยความยินดี และปัจจุบันประเทศไทยก็เป็นที่ปรึกษาการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้กับหลายประเทศ ที่เพิ่งลงนามผ่านไป คือ สาธารณรัฐเคนย า สำหรับประเทศแอฟริกาใต้นั้น หลังจากนี้จะมีการหารือร่วมกันอีกครั้ง

นพ.สำเริง กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. ให้ร่วมอภิปรายการประชุมระดับสูงว่าด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage – UHC) ใน 2 หัวข้อ คือ หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในฐานะผู้ผลักดันความเท่าเทียม การพัฒนาอย่างทั่วถึง ซึ่งประเทศไทยได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ จากความเชื่อเดิมที่ว่า สุขภาพคือค่าใช้จ่าย มาเป็นสุขภาพคือการลงทุน โดยเริ่มจากประชากรกลุ่มชายขอบและเปราะบาง ทำให้หลักประกันสุขภาพของไทยจึงเริ่มจากประชากรที่มีรายได้น้อยก่อนในปี 2518 และขย ายมายังกลุ่มแรงงานในระบบด้วยระบบประกันสังคมในปี 2533 ก่อนจะบรรลุหลักประกันสุขภาพได้อย่างถ้วนหน้าในปี 2545 โดยมีวิสัยทัศน์ ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่จำเป็นโดยไม่มีอุปสรรคด้านการเงินมาขวางกั้น

“สำหรับหัวข้อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนและผู้มีส่วนได้เสียในการลงทุนเพื่อบรรลุหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้านั้น ประเทศไทย มีระบบการกำกับดูแลหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยคณะกssมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 30 คน ประกอบด้วยตัวแทนร่วมจากกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียจากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคมเป็นสตรี 4 ใน 5 คน) ผู้ให้บริการสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อดีตข้าราชการ และผู้เชี่ยวชาญอิสระ ร่วมกันกำกับดูแลแบบเข้มแข็งและมีส่วน ทำให้เกิດธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความรับผิดรับชอบ หลักนิติธรรม ความเป็นธรรมและความเพียงพอ” นพ.สำเริง กล่าว

ข้อมูลและภาพจาก khaosod

Facebook Comments